ข้อมูลบริษัท

สารจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

สวัสดีครับ หวังว่าท่านและครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง และปลอดภัยนะครับ ปี 2563 นับเป็นปีที่โลกต้องเผชิญ สิ่งท้าทายใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน การแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา 2019 (โควิด-19) นับว่ามีผลกระทบค่อนข้างมาก ต่อการดำเนินชีวิตในชุมชนและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ผมทราบดีถึงความกังวลและความเหนื่อยยากที่ท่าน ต้องเผชิญและตระหนักถึงสถานการณ์อันไม่คาดคิด ที่พวกเราต้องมาประสบพบเจอ ถึงกระนั้น พวกเรา มีส่วนช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัวจากผลกระทบที่การแพร่ระบาด ของโรคนี้มีต่ออุตสาหกรรมและบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นับเป็นความภาคภูมิใจที่เราประสบ ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจได้อย่างปลอดภัยเป็น ประวัติการณ์และมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ เป็นที่ไว้วางใจได้ พรัอมกับจัดหาพลังงานที่สำคัญให้แก่ ประเทศไทย เราสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ พร้อมทั้งได้มีส่วนให้ความช่วยเหลือต่างๆ ในการป้องกัน การแพร่ระบาดนี้ ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ เกิดขึ้นในขณะที่ เราต้องคำนึงถึงความระมัดระวังด้านสุขภาพไปพร้อมๆ กับความรับผิดชอบใหม่ทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน

การที่บริษัทฯ มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่เคร่งครัดและเข้มงวดตามคําแนะนำของ กระทรวงสาธารณสุข ประกอบกับความร่วมมือและเอาใจใส่ ของพนักงาน รวมทั้งการมีผู้นำในองค์กรที่ดี ผมมีความภูมิใจ ที่ในปี 2563 ไม่มีพนักงานของบริษัทฯ คนใดติดเชื้อ โควิด-19 เลย นอกจากนั้นแล้ว ทางด้านความปลอดภัย โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชาและคลังน้ำมันยังคงรักษา สถิติการปฏิบัติงานโดยปราศจากอุบัติเหตุที่มีผู้ได้รับ บาดเจ็บที่สูญเสียเวลาทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการจัดหาระบบ รักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อให้เราสามารถบรรลุ วัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยที่สำคัญของบริษัทฯ คือ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ (Nobody Gets Hurt)

อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงและการขายผลิตภัณฑ์น้ำมัน สำเร็จรูปได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงทั่วโลก จากการแพร่ระบาด ของโควิด-19 ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลงอย่าง มีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ในช่วงที่หลายประเทศมีการ “ล็อกดาวน์” และจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศในช่วงครึ่งแรกของ ปี 2563 ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกทั้งน้ำมันดิบและ น้ำมันสำเร็จรูปลดลงต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษซึ่งเป็นไป ตามหลักอุปสงค์ อุปทาน ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันเริ่มปรับสูงขึ้น ในครึ่งหลังของปีจากการคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่ระดับ ราคายังไม่ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติก่อนช่วงโควิด-19

จากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ดังกล่าวข้างต้น ได้ส่งผลให้ ผลประกอบการทางการเงินของบริษัทเอสโซ่ในปี 2563 ลดลง อย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ อย่างไรก็ตาม ผมมีความยินดี ที่การดำเนินงานในหลายธุรกิจของบริษัทฯ มีผลงานที่ โดดเด่นในปี 2563 ยกตัวอย่างเช่น โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ ศรีราชาสามารถปรับการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณ ความต้องการน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที โรงกลั่นหยุด การผลิตน้ำมันอากาศยานโดยเปลี่ยนเป็นการผลิตน้ำมัน ดีเซลที่มีมูลค่าสูงกว่า นอกจากนี้ โรงกลั่นสามารถเพิ่มการผลิต ยางมะตอยได้ปริมาณสูงสุดที่เคยทำได้ในรอบสามปี ในเดือนสิงหาคม เพื่อรองรับความต้องการและยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทางด้านธุรกิจขายปลีก บริษัทฯ ขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่อย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนทั้งสิ้น 702 แห่ง ณ สิ้นปีซึ่งสูงสุดในรอบทศวรรษ อีกทั้งได้ร่วมมือกับพันธมิตรใหม่อย่าง ไมเนอร์ฟู้ด เปิดร้าน กาแฟคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึงได้ ชื่อ “คอฟฟี่ เจอนี่” (Coffee Journey) ในสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่และจะมี การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ส่วนด้านธุรกิจพาณิชยกรรม การขายส่วนอุตสาหกรรมและพาณิชย์มีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับตลาดที่มีปริมาณการใช้ลดลง ในด้านของ การควบคุมค่าใช้จ่ายในปี 2563 บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่าย ในการขายและบริหารงานทั่วไปได้ร้อยละ 15 เมื่อเปรียบเทียบ กับปีก่อนหน้า

ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ เราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านความปลอดภัยและสุขภาพของ บุคลากรที่เป็นด่านหน้า รวมทั้งช่วยให้กลุ่มผู้เปราะบาง ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ ตัวอย่างเช่น เรามอบ face shield ที่ทำ โดยพนักงานและครอบครัว และอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วน บุคคล (PPE) ให้กับโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่ง เช่น สถาบันบำราศนราดูร เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 นอกจากนี้พนักงานและลูกค้าของเราได้บริจาคเงินจำนวน 355,600 บาท ให้แก่ สภากาชาดไทยเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของ จำเป็นทางการแพทย์อื่นๆ

เพื่อลดโอกาสที่นักเรียนจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย อาจต้องออกจากโรงเรียนเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากการระบาดของโควิด-19 บริษัทฯ จึงร่วมมือกับพนักงาน สโมสรพนักงานเอสโซ่ ผู้บริหารสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ พันธมิตรทางธุรกิจ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมัน หล่อลื่นโมบิล บริจาคเงินกว่า 2.5 ล้านบาทในโครงการ “เอสโซ่ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน”

บริษัทฯ สามารถฟันฝ่าสภาพเศรษฐกิจที่ยากลำบาก อันเนื่อง มาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผลความสำเร็จ ในปี 2563 เหล่านี้สะท้อนถึงความสามารถ ประสบการณ์ และการทำงานอย่างตั้งใจมุ่งมั่นของพนักงานทุกคนในบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ ยังคงเติบโตก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ควบคู่สังคมไทยไปอีกนานเท่านาน รวมทั้งสร้างมูลค่าสูงสุด ให้ผู้ถือหุ้น ดั่งวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ว่า “เติมเต็มพลังชีวิต ด้วยประสบการณ์พลังงานที่เหนือกว่า”

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมขอขอบคุณ ทุกท่านที่สนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมาครับ