ข้อมูลบริษัท

คณะกรรมการบริษัท

ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามข้อบังคับของบริษัทฯ กำหนดให้มีคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) ซึ่งประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน โดยกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสามเป็นอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม ทั้งนี้ กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับเลือกให้กลับเข้ามารับตำแหน่งอีกได้

กรรมการของบริษัทฯ อาจดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทอื่นได้ ตราบเท่าที่คณะกรรมการเห็นว่าการดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทฯ ทั้งนี้ ในรอบปีที่ผ่านมา ไม่ปรากฏว่ามีกรรมการอิสระท่านใดดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นมากกว่า 5 แห่ง

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องที่จะช่วยในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยรายชื่อคณะกรรมการบริษัทซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2564 มีดังนี้

นายอดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย

ประธานกรรมการ

นางราตรีมณี ภาษีผล

กรรมการ

นายสุชาติ โพธิ์วัฒนะเสถียร

กรรมการ

นายวิชาญ
นิกรมาลากุล

กรรมการ

นางสาวจิราพรรณ เปาวรัตน์

กรรมการ

นายมาโนช มั่นจิตจันทรา

กรรมการ

นายทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์

กรรมการ / กรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงาน

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ

กรรมการอิสระ

นายวัฒนา จันทรศร

กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

นางสาวประจิต หาวัตร

กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ /กรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงาน

นายบูรณวงศ์ เสาวพฤกษ์

กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงาน / กรรมการตรวจสอบ

นายพรชัย ฐีระเวช

กรรมการอิสระ

นางอังสนา พิเรนทร เป็นเลขานุการบริษัท

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของประธานกรรมการและคณะกรรมการบริษัท

ประธานคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

  1. กำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการในแต่ละปีและเรียกประชุมคณะกรรมการให้สอดคล้องกับกำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการประจำปีที่ได้พิจารณาไว้ล่วงหน้าร่วมกับคณะกรรมการทั้งคณะ (ซึ่งรวมถึงกรรมการอิสระ) ในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ประธานคณะกรรมการจะพิจารณากำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติมจากที่เคยพิจารณาไว้แล้วได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
  2. เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมผู้ถือหุ้น กำกับดูแลให้การประชุมคณะกรรมการและการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นไปตามระเบียบวาระ ข้อบังคับของบริษัท และกฎหมาย

คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามนโยบาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ มติของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น และกฎหมายที่ใช้บังคับ รวมไปถึงการบริหารจัดการให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ และกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนยึดมั่นในหลักการสำคัญ ดังนี้

  1. การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถ เพื่อให้เกิดมูลค่าแก่ธุรกิจในระยะยาว และการบริหารงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง มิให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  2. พิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ของบริษัทฯ สนับสนุนการกำกับดูแลกิจการให้นำไปสู่ผลสำเร็จเป็นเป้าหมายหลักและควบคุมตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าแผนดำเนินธุรกิจประจำปีหรือในระยะกลาง เป้าหมาย และกลยุทธ์ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้สนับสนุนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
  3. การดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส โดยมีการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอต่อบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  4. การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงระบบการควบคุม และการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
  5. กำหนดแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสม สำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานได้ยึดถือปฏิบัติ
  6. มีการควบคุมและตรวจสอบความเพียงพอต่อสภาพคล่องทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทฯ โดยได้รับความร่วมมือกับผู้บริหารของกิจการ รวมไปถึงการหากลไกที่จะสามารถกอบกู้ฐานะการดำเนินงานได้ ในกรณีกิจการประสบปัญหาทางการเงิน
  7. ดูแลแผนการสืบทอดตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงทุก 2 ปี โดยครั้งล่าสุดคณะกรรมการได้ทบทวนแผนการสืบทอดตำแหน่งดังกล่าวเมื่อปี 2562
  8. พิจารณาและทบทวนการนำหลักปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 ไปปรับใช้ตามบริบททางธุรกิจของบริษัท

คณะกรรมการบริษัทจะจัดทำรายงานประจำปีของคณะกรรมการเกี่ยวกับกิจกรรม และผลประกอบการทางการเงินของบริษัทฯ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นตรวจสอบ

รายชื่อคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2564 มีดังนี้

นายอดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย

ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ

นางราตรีมณี ภาษีผล

กรรมการ และผู้จัดการบริการธุรกิจและผู้จัดการภาษี และ ผู้รับผิดชอบสูงสุดทางสายงานบัญชีและการเงิน

นายมาโนช มั่นจิตจันทรา

กรรมการ และผู้จัดการฝ่ายขายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น

นายสุชาติ โพธิ์วัฒนะเสถียร

กรรมการ และผู้จัดการโรงกลั่น

นางสาวจิราพรรณ เปาวรัตน์

กรรมการและผู้จัดการการตลาดขายปลีก

นายวันชัย วิจักรชน

ผู้จัดการฝ่ายขายธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและขายส่ง

นางวรญา โกสาลาทิพย์

ผู้จัดการการเงิน

นายชัชวาลย์ หงษ์เจริญไทย

ผู้จัดการส่วนปฏิบัติการน้ำมันแห่งประเทศไทย

นายสุวัฒน์ ศรีคณาพงษ์

ผู้จัดการบัญชี

นางมัทนา สุตธรรม

ผู้จัดการนักลงทุนสัมพันธ์และวางแผน

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการผู้จัดการ

กรรมการผู้จัดการมีอำนาจหน้าที่เต็มในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ โดยเป็นไปตามนโยบา วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ มติของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น ตลอดจนกฎหมายที่ใช้บังคับ ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการจะต้องไม่ใช้อำนาจหน้าที่ของตนในกรณีที่ตนเองอาจมีส่วนได้ส่วนเสีย หรืออาจมีผลประโยชน์ขัดแย้งอื่นใดกับบริษัทฯ ในกรณีที่กรรมการผู้จัดการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนตนเอง ขอบเขตการมอบอำนาจของบุคคลดังกล่าวนั้น จะต้องไม่รวมถึงการอนุมัติให้ทำรายการที่ผู้รับมอบอำนาจอาจมีส่วนได้ส่วนเสีย หรืออาจมีผลประโยชน์ขัดแย้งอื่นใดกับบริษัทฯ

คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และกรรมการตรวจสอบจะดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า กรรมการดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบตามที่กำหนด และยังคงดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทฯ

รายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากคณะกรรมการบริษัทให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งต่อไปหรือได้รับการเลือกตั้งใหม่ (แล้วแต่กรณี) อีก 3 ปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2563 มีดังนี้

นายวัฒนา จันทรศร

กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

นายบูรณวงศ์ เสาวพฤกษ์

กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ

นางสาวประจิต หาวัตร

กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ (เป็นกรรมการผู้มีความรู้ด้านการบัญชีและการเงิน)

นายสุวัฒน์ ศรีคณาพงษ์ เป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ และนายเกรียงไกร ศรีสวัสดิ์ เป็นผู้ประสานงานคณะกรรมการตรวจสอบ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2564 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 ได้มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลง ขอบเขตของหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยให้มีผลนับแต่วันที่ 10 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทมีขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ดังต่อไปนี้

  1. สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
  2. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (internal control) และระบบการตรวจสอบภายใน (internal audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง โยกย้าย และถอดถอนหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในหรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  3. สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  4. พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีภายนอกของบริษัท และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีภายนอกโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  6. สอบทานให้บริษัทมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิผลและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
  7. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบและต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    • (ก) ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
    • (ข) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท
    • (ค) ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ดำเนินการโดยฝ่ายจัดการของบริษัท
    • (ง) ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    • (จ) ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
    • (ฉ) ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    • (ช) จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
    • (ซ) ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (charter) และ
    • (ฌ) รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  8. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
  9. รายงานต่อคณะกรรมการของบริษัทเพื่อปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร หากคณะกรรมการตรวจสอบพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท
    • (ก) รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    • (ข) การทุจริต หรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
    • (ค) การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  10. เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้สอบบัญชีภายนอกของบริษัทถึงพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทดังกล่าวได้กระทำความผิดตามที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องระบุไว้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการสอบทานโดยไม่ชักช้าและหากพบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวน่าสงสัยตามที่ผู้สอบบัญชีแจ้ง ให้รายงานผลการสอบทานดังกล่าวไปยังคณะกรรมการของบริษัทเพื่อให้คณะกรรมการของบริษัทรายงานผลการสอบทานดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือผู้สอบบัญชีภายนอก ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนดภายในสามสิบวัน

ประธานคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงานจะได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงานจะประกอบด้วยกรรมการจำนวน 3 ท่าน และ อย่างน้อย 2 ท่านจะต้องเป็นกรรมการอิสระ ประธานคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงานและกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงานจะดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า กรรมการดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบตามที่กำหนด และยังคงดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทฯ

รายชื่อคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงานซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากคณะกรรมการบริษัทให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งต่อไปอีกวาระหนึ่ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 มีดังนี้

นายบูรณวงศ์ เสาวพฤกษ์

กรรมการอิสระ / ประธานคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงาน

นางสาวประจิต หาวัตร

กรรมการอิสระ / กรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงาน

นายทวีศักดิ์ บรรลือสินธุ์

กรรมการ / กรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และประเมินผลงานทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการประเมินผลงาน

ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และประเมินผลงาน

คณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงานของบริษัทฯ มีขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้

1. คณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงานจะทำหน้าที่ร่วมกับประธานกรรมการและคณะทำงานของบริษัทฯ ในการกำหนดแนวทางและกระบวนการในคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเข้ารับคัดเลือกเป็นกรรมการ

2. สอบทานหลักสูตรอบรมสำหรับกรรมการ

3. ให้คำแนะนำในการแต่งตั้งกรรมการ/กรรมการอิสระหรือ แต่งตั้งกรรมการเดิม/กรรมการอิสระเดิมให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งต่อไป

    คณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงานจะทำหน้าที่ร่วมกับประธานกรรมการและคณะทำงานของบริษัทฯ เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการดังนี้
  • (ก) รายชื่อผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ/กรรมการอิสระ แทนกรรมการ/กรรมการอิสระที่ครบวาระหรือในกรณีใดๆ เพื่อให้คณะกรรมการเสนอชื่อผู้ที่จะเข้ารับการเลือกตั้งกรรมการในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี
  • (ข) รายชื่อผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ/กรรมการอิสระ แทนกรรมการ/กรรมการอิสระแทนตำแหน่งกรรมการ/กรรมการอิสระ ที่ว่างลงเนื่องจากจากการลาออกในระหว่างปีให้คณะกรรมการอนุมัติ

4. ให้คำแนะนำในการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ

คณะกรรมการสรรหา กำหนดค่าตอบแทน และ ประเมินผลงานจะทำหน้าที่ร่วมกับประธานกรรมการและคณะทำงานของบริษัทฯ ให้คำแนะนำและเสนอต่อคณะกรรมการในการกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนของคณะกรรมการ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่เหมาะสมรวมถึงค่าตอบแทนกรรมการในตลาดโดยคำนึงถึงขนาดและขอบเขตธุรกิจของบริษัทและความรับผิดชอบของกรรมการเพื่อให้ คณะกรรมการเสนอต่อผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ทั้งนี้ กรรมการผู้ซึ่งได้รับค่าตอบแทนต่างหากจากบริษัทฯ หรือบริษัทในเครือของบริษัทฯ สำหรับการทำงานเต็มเวลาประเภทใดๆ จะไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนกรรมการ

5. ประเมินผลการทำงานของกรรมการผู้จัดการ

  • (ก) กำหนดดัชนี้ชี้วัดและตารางการวัดผลการทำงานของกรรมการผู้จัดการ
  • (ข) ประเมินผลการทำงานของกรรมการผู้จัดการจากดัชนีชี้วัดและตารางการวัดผลการทำงานดังกล่าวและร่วมกันประเมินผลงานของกรรมการผู้จัดการ และพิจารณาการทำงานของกรรมการผู้จัดการร่วมกับคณะกรรมการบริษัท และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของกรรมการผู้จัดการดังกล่าว ในระหว่างรอบการประเมินผลงานปกติแก่บริษัทต้นสังกัดของกรรมการผู้จัดการ